ผ่อนบ้านน้อยลง หนี้หมดไว มาทำ รีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัย กันเถอะ

รีไฟแนนซ์คืออะไร?

การขอสินเชื่อจากธนาคารใหม่ เพื่อปิดหนี้ของสินเชื่อเดิม ทำให้ได้ดอกเบี้ยที่ถูกกว่า ผ่อนชำระต่อเดือนน้อยลง ผ่อนหมดเร็วขึ้น  ถึงแม้ว่าการรีไฟแนนซ์บ้านจะทำให้เราประหยัดเงินจากดอกเบี้ยได้เป็นแสน แต่ก็ยังมีคนที่ทำการรีไฟแนนซ์บ้านอยู่น้อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะว่าไม่รู้ว่าการรีไฟแนนซ์ทำอย่างไร ทำให้เสียโอกาสที่จะผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้นในที่สุด

สินเชื่อนี้เหมาะกับใคร?

เหมาะแก่ผู้ที่ผ่อนชำระมามากกว่า 3 ปี หรือ 5 ปี ตามที่สัญญากู้ระบุ และต้องการลดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำลง

 

รีไฟแนนซ์ต้องทำอย่างไรบ้าง?

  1. ตรวจสอบสัญญากู้ของตัวเอง ว่ารีไฟแนนซ์ได้เมื่อไหร่ โดยส่วนมากสัญญากู้จะอนุญาตให้เรารีไฟแนนซ์บ้านไปธนาคารอื่น (บางธนาคารใช้คำว่า ไถ่ถอน) หลังจากผ่อนมาแล้ว 3 ปี คุณสามารถทำเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ได้ตั้งแต่ก่อนผ่อนครบ 3 ปี เพราะธนาคารใหม่ต้องใช้เวลาพิจารณา ประเมินราคา และทำเรื่องอนุมัติสินเชื่อ คุณจึงสามารถยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ได้ตั้งแต่ 1-2 เดือนก่อนครบสัญญา

 

2.เตรียมเอกสารประกอบการยื่นรีไฟแนนซ์

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้าน มีทั้งหมด 3 ประเภท

1.เอกสารแสดงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน

2.เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน สำเนาเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง

3.เอกสารด้านหลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน สัญญาเงินกู้ธนาคารเดิม

 

3.ยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่

ปกติแล้วหลังจากที่ยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์พร้อมส่งเอกสารเรียบร้อย ธนาคารจะทำการนัดหมายเพื่อส่งคนมาประเมินราคาหลักประกัน และใช้เวลาพิจารณาอนุมัติประมาณ 2-4 สัปดาห์   ให้ยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์ก่อนผ่อนครบ 3 ปี ได้เลย จะได้พอดีกัน

 

4.สอบถามยอดหนี้คงเหลือ และนัดวันไถ่ถอนจากธนาคารเก่า

เมื่อได้รับการอนุมัติจากธนาคารใหม่แล้ว เจ้าหน้าที่ธนาคารจะแจ้งให้เราไปสอบถามยอดหนี้คงเหลือและนัดวันไถ่ถอนจากธนาคารเก่า เพื่อให้ธนาคารใหม่และธนาคารเก่าสามารถโอนหนี้ให้กันได้อย่างถูกต้อง

 

5.ไปทำสัญญาและจดจำนองที่กรมที่ดิน

เพื่อให้ไม่เป็นการรบกวนเวลาลูกค้ามากจนเกินไป เจ้าหน้าที่จากธนาคารใหม่จะถือสัญญาไปให้เซ็นที่กรมที่ดิน พร้อมๆกับการไปทำสัญญาจำนองที่กรมที่ดินในวันเดียวกันเลย เพื่อความสะดวกของทางลูกค้าเอง

 

มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

การรีไฟแนนซ์บ้านจะมีค่าใช้จ่ายหลักๆอยู่ 5 อย่าง คือ

1.ค่าประเมินราคา ประมาณ 2-3 พันบาท (โปรโมชั่นบางธนาคาร ฟรีค่าประเมินราคา)

2.ค่าจดจำนอง จ่ายให้กรมที่ดิน 1% ของวงเงินกู้ (โปรโมชั่นบางธนาคาร ฟรีค่าจดจำนองครับ)

3.ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน

4.ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ของธนาคาร เช่น ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ

5.ประกันอัคคีภัย (ซึ่งประกันอัคคีภัย ถึงเราไม่ได้รีไฟแนนซ์ ก็ต้องทำทุก 1-3 ปี ตามกฎหมาย)

ซึ่งหลายๆธนาคารก็ออกมาแข่งกันฟรีค่าธรรมเนียมเหล่านี้ เพื่อดึงดูดลูดค้า และมีการอัพเดทอยู่บ่อยๆ แต่ละธนาคารให้ดอกเบี้ยเท่าไหร่และฟรีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

Cr.(www.baan-d.com)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *