3 ข้อควรรู้ก่อนคิดกู้ร่วม

อยากจะซื้อบ้าน-คอนโดฯ  เเต่มีภาระค่าใช้จ่ายสูงในเเต่ละเดือน แล้วแบบนี้จะมีสิทธิซื้อบ้าน-คอนโดฯ ได้เหรอ คำตอบคือ..ได้สิ เพียงเเต่ต้องมองหา “ผู้กู้ร่วม” มาช่วยเพิ่มวงเงินกู้ให้สูงขึ้น แต่ก่อนจะควงแขนใครไปกู้เงิน เรามาศึกษาข้อควรรู้ 3 ข้อให้เข้าใจกันก่อนนะ

1.ใครบ้างที่กู้ร่วมได้? 
พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา พี่น้องท้องเดียวกัน หรือญาติที่ใช้นามสกุลเดียวกับเราสามารถกู้ร่วมได้ ถ้าพี่น้องแต่งงานแล้วและเปลี่ยนนามสกุล ต้องแสดงทะเบียนบ้านหรือสูติบัตรที่ระบุว่ามีพ่อแม่เดียวกันจริง ในกรณีที่คู่สมรสไม่ได้จดทะเบียนกัน ต้องแสดงหลักฐานการแต่งงาน เช่น การ์ดหรือภาพถ่ายงานแต่ง การมีบุตรร่วมกัน แต่ใครที่เป็นแฟนกันเฉยๆ ไม่สามารถกู้ร่วมได้ค่ะ

กู้ร่วม

2.ใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านหรือคอนโดที่กู้ร่วม?
อสังหาริมทรัพย์ที่ใช้วิธีกู้ร่วมแบ่งกรรมสิทธิ์การครอบครองได้ 2 แบบ
– แบบแรกคือกู้ร่วมกันแต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ
– แบบที่สองเป็นที่นิยมมากกว่าคือกู้ร่วมกันและเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน แต่ถ้าจะขาย ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้กู้ร่วมทุกคน หรือถ้าจะโอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นของผู้กู้คนใดคนหนึ่ง จะต้องเสียค่าใช้จ่ายรวมถึงค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้แก่กรมที่ดินด้วย

3.ใครที่ใช้ดอกเบี้ยกู้ร่วมลดหย่อนภาษีได้?
ดอกเบี้ยของเงินกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดฯ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง และสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีภาษี กรณีที่กู้ร่วมกันต้องนำดอกเบี้ยมาหารตามจำนวนผู้กู้ร่วมก่อน แล้วค่อยนำจำนวนดอกเบี้ยที่หารแล้วไปลดหย่อนภาษี

ตอนนี้รู้สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนคิดจะกู้ร่วมแล้ว ทีนี้จะจูงมือใครไปกู้ร่วมด้วยก็ได้เลย เเต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือต้องคิดถึงอนาคตข้างหน้าเเละปัญหาที่อาจเกิดขึ้นด้วย เช่น ถ้าจะขาย ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมต้องยินยอมทั้งหมด ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยอม ก็จะเป็นสาเหตุทำให้ทะเลาะเบาะเเว้งกัน ดังนั้นต้องคิดและคุยกันให้ดีๆ ก่อนจะกู้ร่วมกับใครนะ

 

ที่มา:money.kapook.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *